ในหลายองค์กร ตำแหน่งที่มักถูกมองว่า “มีอำนาจ” อาจไม่ใช่ตำแหน่งที่สบายที่สุดเสมอไป โดยเฉพาะ ผู้จัดการระดับกลาง (Middle Management) พวกเขาต้องรับแรงกดดันจากผู้บริหารระดับสูง ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลทีมงานด้านล่างให้ทำงานได้อย่างราบรื่น สถานการณ์นี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Middle-Management Squeeze ภาวะที่คนกลางขององค์กรถูกบีบ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

ภาวะที่คนกลางขององค์กรถูกบีบ คืออะไร
หมายถึงภาวะที่ผู้จัดการระดับกลางต้องรับแรงกดดันจากทั้งสองด้านของโครงสร้างองค์กร ได้แก่
- แรงกดดันจากผู้บริหารระดับสูง
- ความต้องการและความคาดหวังจากทีมงาน
ผู้จัดการจึงต้องทำหน้าที่หลายอย่างพร้อมกัน เช่น
- แปลกลยุทธ์ของผู้บริหารให้ทีมเข้าใจ
- บริหารผลงานของทีม
- จัดการความขัดแย้งในทีม
- ดูแลความเป็นอยู่ของพนักงาน
สิ่งนี้ทำให้ตำแหน่ง Middle Management กลายเป็น จุดศูนย์กลางของแรงกดดันในองค์กร
ทำไมผู้จัดการระดับกลางถึงเหนื่อยที่สุด
รับแรงกดดันจากผู้บริหาร
ผู้บริหารระดับสูงมักมีเป้าหมายด้านธุรกิจที่ชัดเจน เช่น
- ตัวเลขรายได้
- ผลกำไร
- การเติบโตขององค์กร
หน้าที่ของผู้จัดการคือการทำให้เป้าหมายเหล่านี้เกิดขึ้นจริง ซึ่งบางครั้งอาจมาพร้อมกับ เส้นตายที่กดดัน
ต้องดูแลความรู้สึกของทีม
ในขณะเดียวกัน ผู้จัดการต้องดูแลทีมงาน เช่น
- สร้างกำลังใจให้ทีม
- แก้ปัญหาความขัดแย้ง
- รับฟังความเครียดของพนักงาน
บทบาทนี้ต้องใช้ทักษะด้าน Emotional Intelligence สูง เพราะต้องเข้าใจอารมณ์และความต้องการของคนในทีม
เป็นตัวกลางในการสื่อสาร
ผู้จัดการระดับกลางมักทำหน้าที่ แปลภาษาองค์กร
- จากกลยุทธ์ของผู้บริหาร → เป็นแผนงานของทีม
- จากปัญหาของทีม → ส่งต่อไปยังผู้บริหาร
การอยู่ตรงกลางแบบนี้ทำให้หลายครั้งพวกเขารู้สึกว่า ต้องรับผิดชอบต่อทุกฝ่าย
ความคาดหวังสูงจากทั้งสองฝั่ง
ผู้บริหารอาจคาดหวังให้ผู้จัดการสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเสมอ ขณะที่ทีมงานคาดหวังให้ผู้จัดการเป็นผู้นำที่เข้าใจพวกเขา
เมื่อความคาดหวังเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ผู้จัดการจึงอาจรู้สึกว่าตัวเอง ไม่มีพื้นที่พักทางอารมณ์

ผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้จัดการ
ภาวะ Middle-Management Squeeze อาจนำไปสู่
- ความเครียดเรื้อรัง
- ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์
- ความรู้สึกโดดเดี่ยวในที่ทำงาน
ในระยะยาว อาจเกี่ยวข้องกับภาวะอย่าง Burnout ซึ่งพบได้บ่อยในตำแหน่งผู้บริหารระดับกลาง
หลายคนรู้สึกว่าพวกเขาต้อง เข้มแข็งต่อหน้าทีม และ ตอบโจทย์ผู้บริหาร พร้อมกัน จนไม่มีพื้นที่สำหรับการดูแลตัวเอง
วิธีรับมือกับภาวะที่คนกลางขององค์กรถูกบีบ
สื่อสารอย่างโปร่งใสกับทั้งสองฝ่าย
การอธิบายข้อจำกัดของทีมให้ผู้บริหารเข้าใจ และการอธิบายเป้าหมายขององค์กรให้ทีมเข้าใจ ช่วยลดแรงกดดันได้
สร้างขอบเขตในการทำงาน
ผู้จัดการไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบทุกอย่างเพียงคนเดียว การกระจายงานและความรับผิดชอบช่วยลดภาระได้
พัฒนาทักษะผู้นำ
ทักษะด้านการบริหารทีม การสื่อสาร และการจัดการความขัดแย้งช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้น
ดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
ผู้นำที่ดีไม่ใช่คนที่ทำงานหนักที่สุด แต่คือคนที่สามารถดูแลตัวเองและทีมได้อย่างยั่งยืน
ปัจจุบันองค์กรจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของผู้นำทีมมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่าง Bangkok
บริการ Counselling Thailand สามารถช่วยผู้จัดการและผู้นำองค์กรในการ
- จัดการความเครียดจากบทบาทผู้นำ
- พัฒนาทักษะการสื่อสารในทีม
- สร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิต
- รับมือกับแรงกดดันจากองค์กร
การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหรือโค้ชด้านภาวะผู้นำช่วยให้ผู้จัดการเข้าใจบทบาทของตัวเอง และหาวิธีจัดการกับความกดดันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น







