โทรศัพท์:0910713531  Whatsapp:+66910713531  อีเมล:info@counsellingthailand.co.th    วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 8.00 – 20.00 น.

เริ่มต้นดูแลสุขภาพใจ

เราเข้าใจว่าการเริ่มต้นเข้ารับคำปรึกษาอาจทำให้คุณกังวล
ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือสงสัยว่าการปรึกษาจะช่วยคุณได้จริงหรือไม่ เราพร้อมมอบประสบการณ์การปรึกษาที่ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจในทุกขั้นตอน

ทำไมทุกคนต้องเริ่มงาน 9 โมง ทั้งที่ “นาฬิกาชีวภาพ” ของแต่ละคนตื่นไม่พร้อมกัน?

โดย Counselling Thailand | ก.ค. 8, 2026

"ตื่นเช้าสิ จะได้ขยัน"

"คนที่ประสบความสำเร็จต้องตื่นตีห้า"

"มาสายแปลว่าไม่มีวินัย"

ประโยคเหล่านี้เป็นความเชื่อที่หลายคนคุ้นเคย เราเติบโตมากับแนวคิดว่า การเริ่มต้นวันให้เร็วคือเครื่องหมายของความรับผิดชอบ และการทำงานเวลา 9.00-17.00 น. คือมาตรฐานที่ทุกคนควรปฏิบัติตาม

แต่คำถามที่น่าสนใจก็คือ...

หากสมองและร่างกายของแต่ละคนไม่ได้ถูกออกแบบให้ตื่นตัวพร้อมกัน ทำไมเราจึงคาดหวังให้ทุกคนทำงานได้ดีที่สุดในเวลาเดียวกัน?

บางที ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ใคร "ขี้เกียจ" หรือ "ไม่มีวินัย" แต่อาจอยู่ที่เรากำลังใช้มาตรฐานเดียวในการวัดผู้คนที่มี นาฬิกาชีวภาพ (Biological Clock) แตกต่างกัน

เพราะมนุษย์แต่ละคนมีช่วงเวลาที่สมองพร้อมเรียนรู้ คิดวิเคราะห์ และสร้างผลงานได้ดีที่สุดไม่เหมือนกัน

นาฬิกาชีวภาพ

นาฬิกาชีวภาพของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ร่างกายของมนุษย์มีระบบที่เรียกว่า นาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมวงจรการนอนหลับ การตื่นตัว การหลั่งฮอร์โมน อุณหภูมิร่างกาย และระดับพลังงานตลอด 24 ชั่วโมง

แม้มนุษย์ทุกคนจะมีระบบนี้เหมือนกัน แต่ช่วงเวลาที่ร่างกายรู้สึก "ตื่นที่สุด" หรือ "ง่วงที่สุด" อาจแตกต่างกันไป

บางคนรู้สึกสดชื่นและมีสมาธิตั้งแต่ช่วงเช้า

บางคนกลับเริ่มคิดงานได้ดีขึ้นในช่วงสาย

ขณะที่บางคนมีพลังในการคิดสร้างสรรค์มากกว่าในช่วงเย็นหรือกลางคืน

ความแตกต่างนี้ไม่ได้สะท้อนว่าใครขยันหรือขี้เกียจ แต่เป็นความหลากหลายทางชีวภาพที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

การเข้าใจCircadian Rhythm จึงช่วยให้เราเห็นว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำงานของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน

"Morning Person" ไม่ใช่มาตรฐานของทุกคน

งานวิจัยด้านการนอนหลับพบว่า ผู้คนมีรูปแบบการตื่นตัวที่แตกต่างกัน หรือที่เรียกว่า Chronotype คือรูปแบบความแตกต่างของช่วงเวลาที่ร่างกายและสมองมีความพร้อมในการทำงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความแตกต่างด้านนาฬิกาชีวภาพของแต่ละบุคคล

โดยทั่วไปมักแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

  • คนที่ตื่นตัวได้ดีในช่วงเช้า (Morning Type)
  • คนที่ตื่นตัวได้ดีในช่วงเย็นหรือกลางคืน (Evening Type)
  • คนที่อยู่กึ่งกลางระหว่างทั้งสองแบบ

Chronotype ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม อายุ ฮอร์โมน และสิ่งแวดล้อม จึงไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะสามารถปรับให้เหมือนกันได้ทั้งหมด

โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้น หลายคนมีแนวโน้มเข้านอนและตื่นสายขึ้นตามธรรมชาติของร่างกาย ไม่ใช่เพราะขาดวินัย

เวลาเริ่มงาน 9 โมง คือผลผลิตของประวัติศาสตร์ มากกว่าชีววิทยา

เวลาทำงาน 9.00-17.00 น. ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมีหลักฐานว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่สมองของมนุษย์ทุกคนทำงานดีที่สุด

แต่มาตรฐานดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดเวลาเข้า-ออกงานของแรงงานจำนวนมาก เพื่อให้กระบวนการผลิตดำเนินไปพร้อมกัน

รูปแบบนี้ยังคงสืบทอดมาสู่หลายองค์กร แม้ปัจจุบันลักษณะงานจำนวนมากเปลี่ยนจากงานที่ใช้แรงกาย มาเป็นงานที่ต้องใช้ความคิด การวิเคราะห์ และความคิดสร้างสรรค์

เมื่อเรามีความเข้าใจเกี่ยวกับ Circadian Rhythm กับประสิทธิภาพการทำงาน มากขึ้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า "ใครมาถึงงานตรงเวลา" แต่คือ "ช่วงเวลาใดที่ทำให้แต่ละคนสามารถสร้างผลงานได้ดีที่สุด"

การวัดประสิทธิภาพด้วยเวลา อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป

หลายองค์กรเริ่มตั้งคำถามว่า การที่พนักงานนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 9 โมงเช้า หมายความว่าพวกเขากำลังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดจริงหรือ

สำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิ การคิดเชิงวิเคราะห์ หรือความคิดสร้างสรรค์ คุณภาพของผลงานอาจสำคัญกว่าการเริ่มต้นพร้อมกันทุกคน

องค์กรจำนวนไม่น้อยจึงเริ่มใช้แนวทางการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น

  • Flexible Working Hours
  • Hybrid Working
  • การประเมินจากผลลัพธ์ของงาน (Outcome-Based Performance)

แนวทางเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำงานเมื่อไรก็ได้โดยไม่มีกรอบ แต่เป็นการยอมรับว่ามนุษย์แต่ละคนมีจังหวะการทำงานที่แตกต่างกัน

ความยืดหยุ่นไม่ได้แปลว่าไม่มีวินัย

เมื่อพูดถึงเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น หลายคนอาจกังวลว่าจะทำให้คนขาดความรับผิดชอบ

แต่แท้จริงแล้ว ความยืดหยุ่นต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ชัดเจน

ผู้ปฏิบัติงานยังคงต้องส่งมอบงานตรงเวลา ประสานงานกับทีม และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ เพียงแต่สามารถบริหารเวลาให้สอดคล้องกับศักยภาพของตนเองมากขึ้น

วินัยจึงไม่ได้วัดจากเวลาเข้าออฟฟิศเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนผ่านความรับผิดชอบ ความสม่ำเสมอ และคุณภาพของงาน

แล้วถ้าเราไม่ใช่ "คนตื่นเช้า" ควรทำอย่างไร?

แม้หลายคนอาจไม่สามารถเลือกเวลาเริ่มงานได้ แต่การเข้าใจจังหวะชีวิตของตัวเองก็ช่วยให้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น

  • จัดงานที่ต้องใช้สมาธิสูงไว้ในช่วงเวลาที่รู้สึกตื่นตัวที่สุด
  • ใช้ช่วงพลังงานต่ำกับงานที่เป็นกิจวัตร
  • รักษาเวลาเข้านอนและตื่นนอนให้สม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบตัวเองกับภาพจำว่าคนตื่นเช้าคือคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่า

การรู้จักCircadian Rhythm ไม่ใช่ข้ออ้างในการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ แต่เป็นการเข้าใจธรรมชาติของร่างกายเพื่อบริหารชีวิตได้ดีขึ้น

นาฬิกาชีวภาพ

เมื่อองค์กรเข้าใจความแตกต่าง ประสิทธิภาพอาจเพิ่มขึ้น

องค์กรที่เปิดพื้นที่ให้พนักงานมีความยืดหยุ่นด้านเวลา ภายใต้เป้าหมายและความรับผิดชอบที่ชัดเจน อาจช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน ลดความเครียด และสนับสนุนสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกอาชีพจะสามารถปรับเวลาเริ่มงานได้ เช่น งานบริการ งานสาธารณสุข หรือสายการผลิตที่ต้องให้บริการตามเวลา

แต่สำหรับงานที่ใช้ความคิดเป็นหลัก การออกแบบระบบที่เข้าใจความแตกต่างของมนุษย์ อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้น

หากการฝืนจังหวะชีวิตเริ่มกระทบสุขภาพใจ

หลายคนใช้ชีวิตโดยฝืน Circadian Rhythmและจังหวะธรรมชาติของร่างกาย เป็นเวลานาน จนเกิดความเหนื่อยล้าเรื้อรัง สมาธิลดลง หงุดหงิดง่าย หรือรู้สึกว่าตนเองทำงานได้ไม่ดีเท่าคนอื่น

แม้อาการเหล่านี้อาจเกิดจากหลายปัจจัย แต่หากเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิต ความสัมพันธ์ หรือการทำงาน การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอาจช่วยให้เข้าใจทั้งรูปแบบการใช้ชีวิต ความเครียด และปัจจัยทางอารมณ์ที่เกี่ยวข้องได้ชัดเจนขึ้น

ที่ Counselling Thailand เราให้บริการโดยทีมนักจิตบำบัดและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตที่พร้อมรับฟังโดยไม่ตัดสิน พื่อช่วยให้ผู้รับบริการสำรวจความเครียด ความกดดันจากการทำงาน และค้นหาแนวทางดูแลสุขภาพใจที่เหมาะสมกับบริบทชีวิตของแต่ละคน

คำถามอาจไม่ใช่ว่า "ทำไมบางคนตื่นสาย" แต่คือ "เรากำลังใช้มาตรฐานเดียว วัดผู้คนที่มีนาฬิกาชีวิตแตกต่างกันหรือไม่"

การเข้าใจว่ามนุษย์แต่ละคนมีจังหวะการตื่นตัวไม่เหมือนกัน ไม่ได้หมายความว่าเราควรยกเลิกกฎระเบียบทั้งหมด แต่เป็นการชวนมองว่า ประสิทธิภาพในการทำงานอาจเกิดขึ้นได้จากการออกแบบระบบที่ยืดหยุ่นและเคารพความแตกต่างของผู้คนมากขึ้น

ท้ายที่สุด ความรับผิดชอบไม่ได้ถูกวัดจากเวลาที่เรานั่งอยู่หน้าจอเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนผ่านคุณภาพของงาน ความร่วมมือกับผู้อื่น และการดูแลทั้งผลงานและสุขภาพใจของตัวเองไปพร้อมกัน

เริ่มต้นดูแลสุขภาพใจ

ปรึกษาฟรี 15 นาที

เราเข้าใจว่าการเริ่มต้นเข้ารับคำปรึกษาอาจทำให้คุณกังวล
ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือสงสัยว่าการปรึกษาจะช่วยคุณได้จริงหรือไม่ เราพร้อมมอบประสบการณ์การปรึกษาที่ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจในทุกขั้นตอน