ในสังคมการทำงานปัจจุบัน หลายคนรู้สึกว่าแม้แค่ “ขอลา” หรือ “ขอพัก” ก็เป็นเรื่องยาก ทั้งที่ร่างกายและใจต้องการการฟื้นฟูอย่างแท้จริง ปรากฏการณ์นี้เกิดจากสิ่งที่เรียกว่า วัฒนธรรมกลัวโดนมองว่าไม่ทุ่ม (Fear of Not Being Committed) ซึ่งกำลังกลายเป็นปัญหาทางสุขภาพจิตในที่ทำงานที่พบได้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่ใช่ว่าคนทำงานไม่อยากพัก แต่เป็นเพราะ ความรู้สึกผิด ที่ปลูกฝังมาจากค่านิยมเรื่องความขยัน และการยกย่องคนที่ “สู้ไม่ถอย” จนหลายครั้งทำให้เราละเลยความต้องการของตัวเอง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
ทำไมเราถึงรู้สึกผิดเวลาขอลาหรือหยุดพัก?
วัฒนธรรมทำงานหนัก = คนเก่ง
ในหลายองค์กรยังมี Mindset ที่ว่า “ยิ่งทำงานหนัก ยิ่งมีคุณค่า”
ทำให้การพักถูกตีความว่าเป็นความอ่อนแอ ไม่เต็มที่ หรือไม่ทุ่มเทพอ
กลัวถูกเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมงาน
บางคนไม่กล้าลาเพราะกลัวถูกมองว่าไม่มุ่งมั่นเท่าเพื่อนคนอื่น
หรือกลัวถูกพูดลับหลังว่า “พักอีกแล้วเหรอ?”
กลัวงานค้างจนกลับมามากขึ้น
แม้ร่างกายอยากพัก แต่ความคิดที่ว่า “กลับมางานจะกองเป็นภูเขา”
ทำให้หลายคนเลือกฝืนทำงานต่อไป
ความเชื่อเก่า ๆ ว่าต้อง “อดทนให้ได้”
โดยเฉพาะในวัฒนธรรมเอเชียที่ให้คุณค่ากับความอดทน
จนการพักกลายเป็นสิ่งที่รู้สึกเหมือนทำผิดแม้จะไม่ใช่เลย

ผลกระทบต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพการทำงาน
ความรู้สึกผิดเวลาขอลาพักอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างมาก เช่น
- ความเครียดสะสม
- ปัญหานอนหลับ
- หมดไฟ (Burnout)
- สมาธิลดลง
- คุณภาพงานแย่ลง
- ไม่รู้สึกพอใจกับชีวิตการทำงาน
เมื่อเราฝืนทำงานโดยไม่พัก สมองไม่สามารถฟื้นฟูได้เต็มที่ ทำให้ Productivity ลดลงแม้จะทุ่มเทเวลามากขึ้นก็ตาม
การพักไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นทักษะสำคัญของคนทำงานยุคใหม่
พักเพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้น
การพักคือการรีเซ็ตระบบประสาท ช่วยให้โฟกัสดีขึ้น ตัดสินใจแม่นขึ้น และสร้างสรรค์มากขึ้น
พักเพื่อยืดอายุการทำงาน
คนที่รู้จักพักจะมีความยั่งยืนในการทำงานมากกว่าคนที่ฝืนจนหมดแรง
พักเพื่อดูแลสุขภาพจิต
การเว้นระยะให้ตัวเองหายใจ คือเครื่องมือป้องกันภาวะ Burnout ที่ดีที่สุด
วิธีลดความรู้สึกผิดเวลาต้องลาหรือพัก
ตั้งขอบเขตอย่างชัดเจน
แจ้งงานที่จำเป็นมอบหมายก่อนลา ช่วยลดความกังวลและทำให้เพื่อนร่วมงานเข้าใจง่ายขึ้น
เตือนตัวเองว่า “การพักคือสิทธิ์ของเรา”
วันลาคือสิทธิ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องสุขภาพกายและใจของพนักงาน ไม่ใช่สิ่งที่ต้องรู้สึกผิด
แยกความรู้สึกออกจากข้อเท็จจริง
ความรู้สึกกลัวถูกมองว่าไม่ทุ่ม ไม่ได้เท่ากับข้อเท็จจริงว่าเราไม่ได้ทุ่ม คุณคือคนที่รู้ดีที่สุดว่าตัวเองเหนื่อยเมื่อไหร่
ฝึกพักสั้น ๆ ระหว่างวัน
เริ่มจากพักเล็ก ๆ เช่นการลุกเดิน 5 นาที เพื่อลดความรู้สึกผิดสะสม
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อเริ่มรู้สึกว่าฝืนจนไม่ไหว
หากความรู้สึกผิดเริ่มกระทบชีวิต ควรคุยกับนักจิตบำบัดเพื่อทำความเข้าใจรากของความคิดนี้และหาวิธีรับมืออย่างเหมาะสม
การคุยกับนักจิตบำบัดช่วยอะไรได้บ้าง?
นักจิตบำบัดสามารถช่วยคุณ
- สำรวจความเชื่อที่ทำให้รู้สึกผิดเวลาพัก
- สร้างมุมมองใหม่เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง
- ปรับความคิดแบบ Toxic Productivity
- ลดความเครียดและความกดดัน
- ฟื้นคืนความสมดุลระหว่างงานและชีวิต
การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยสะท้อนมุมมองอย่างปลอดภัย จะทำให้คุณรู้ว่าการพักไม่ใช่ความผิด แต่เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเอง “พักไม่เป็น” หรือรู้สึกผิดทุกครั้งที่ต้องลางาน นักจิตบำบัดของ Counseling Thailand สามารถช่วยคุณได้ให้บริการกรุงเทพ และเชียงใหม่ เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องการดูแลสุขภาพจิตในระยะยาว







