ในยุคที่การทำงานแบบ Remote Work และ Work From Home กลายเป็นเรื่องปกติ หลายคนกลับพบว่าตัวเองต้องพยายามมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้ผลงานเป็นที่ยอมรับ บางคนรู้สึกว่าถึงจะทำงานหนักแค่ไหน ก็ยังถูกมองเห็นน้อยกว่าคนที่เข้าออฟฟิศทุกวัน ความรู้สึกนี้อาจไม่ได้เกิดจากความคิดไปเอง แต่มีชื่อเรียกว่า Proximity Bias Stress บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าคืออะไร ส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างไร และเราจะรับมือกับมันได้อย่างไรบ้าง
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
อคติจากการเห็นหน้าบ่อย คืออะไร?
คืออคติทางความคิดที่ทำให้คนมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับผู้ที่อยู่ใกล้ตัวหรือเห็นหน้าอยู่บ่อย ๆ มากกว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เช่น ผู้จัดการที่เห็นพนักงานในออฟฟิศทุกวัน อาจรู้สึกว่าคนกลุ่มนี้ทำงานหนักหรือมีส่วนร่วมมากกว่า ทั้งที่ความจริงแล้วพนักงานที่ทำงานจากบ้านอาจสร้างผลงานไม่ต่างกันเลยอคติจากการเห็นหน้าบ่อยเมื่ออคตินี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ความเครียด ความกดดัน และความรู้สึกว่าต้องพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลา

สัญญาณที่บอกว่าคุณอาจกำลังเผชิญอคติจากการเห็นหน้าบ่อย
- รู้สึกว่าต้องออนไลน์ตลอดเวลา เพื่อให้คนอื่นเห็นว่ากำลังทำงาน
- ทำงานเกินเวลาบ่อย ๆ เพราะกลัวถูกมองว่าไม่ทุ่มเท
- กังวลว่าผลงานของตัวเองจะถูกมองข้าม
- รู้สึกผิดเมื่อต้องพักหรือหยุดงาน
- หมดไฟ เหนื่อยล้า หรือเริ่มไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง
หากคุณมีหลายข้อข้างต้น นี่อาจเป็นสัญญาณว่าความเครียดจาก Proximity Bias กำลังส่งผลต่อคุณ
อคติจากการเห็นหน้าบ่อย ส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างไร
ความเครียดสะสมจากการต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ เช่น
- ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout)
- ความวิตกกังวลและความเครียดเรื้อรัง
- นอนไม่หลับหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
- ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
แม้จะทำงานอยู่ที่บ้าน แต่แรงกดดันทางใจอาจไม่ได้น้อยไปกว่าการทำงานในออฟฟิศเลย
วิธีรับมือกับอคติจากการเห็นหน้าบ่อย
โฟกัสที่ผลงาน มากกว่าการแสดงตัวตน
พยายามสื่อสารผลลัพธ์ของงานอย่างชัดเจน เช่น รายงานความคืบหน้า สรุปผลงาน หรือบันทึกสิ่งที่ทำสำเร็จ เพื่อให้ผู้ร่วมงานและหัวหน้าเห็นคุณค่าจากผลงานจริง
ตั้งขอบเขตเวลาทำงานให้ชัดเจน
การออนไลน์ตลอดเวลาไม่ได้แปลว่าทำงานได้ดีขึ้น ตั้งเวลาทำงานและเวลาพักอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าสะสม
สื่อสารกับหัวหน้าอย่างตรงไปตรงมา
หากรู้สึกว่าผลงานของคุณถูกมองข้าม ลองพูดคุยเชิงสร้างสรรค์เกี่ยวกับเป้าหมายและความคาดหวังในการทำงานร่วมกัน
ดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
หาเวลาพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลาย และอย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือเมื่อรู้สึกไม่ไหว
พิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
นอกจากการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันแล้ว การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยได้มาก ปัจจุบันมีบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตหลายรูปแบบ เช่น Counselling Thailand ซึ่งให้บริการปรึกษานักจิตวิทยาและนักจิตบำบัดทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญความเครียดจากการทำงาน ภาวะหมดไฟ หรือความกดดันจากการทำงานแบบ Work From Home
นักจิตวิทยาหรือนักจิตบำบัดที่เชี่ยวชาญเรื่องความเครียดจากการทำงาน (Work-related stress) สามารถช่วยให้คุณเข้าใจรูปแบบความคิดของตัวเอง วางขอบเขตการทำงานที่เหมาะสม และพัฒนาทักษะการรับมือกับความกดดันได้อย่างเป็นระบบ นักจิตวิทยาหรือนักจิตบำบัดที่เชี่ยวชาญเรื่องความเครียดจากการทำงาน (Work-related stress) สามารถช่วยให้คุณเข้าใจความรู้สึกของตัวเองและหาวิธีรับมือได้อย่างเหมาะสม

Counselling Thailand ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตที่มีทีมนักจิตวิทยาและนักจิตบำบัดวิชาชีพ ที่มีประสบการณ์ดูแลผู้ที่เผชิญความเครียดจากการทำงาน ภาวะหมดไฟ (Burnout) ความวิตกกังวล และปัญหาด้านอารมณ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตการทำงานยุคใหม่
หากคุณกำลังรู้สึกว่าความเครียดจากการทำงานแบบ Remote เริ่มกระทบต่อชีวิตประจำวัน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก Counselling Thailand อาจเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการดูแลสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตของคุณให้ดีขึ้น







