คุณเคยรู้สึกไหมว่าตัวเองมักจะยอมคนอื่นมากเกินไป? หรือรู้สึกผิดทุกครั้งที่ต้องปฏิเสธคำขอจากคนรอบข้าง? บางครั้งคุณอาจรู้สึกว่าความต้องการของตัวเองถูกละเลยเพียงเพราะไม่อยากทำให้ใครผิดหวัง การเป็น ‘คนใจดี‘ เป็นคุณสมบัติที่ดีและเป็นที่รักของคนรอบข้าง แต่หากใจดีเกินไปจนไม่กล้าปฏิเสธหรือยอมเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อให้ผู้อื่นพอใจ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ และคุณภาพชีวิตของคุณได้
เมื่อเรายอมคนอื่นมากเกินไป อาจทำให้เกิดความเครียดสะสม ความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ หรือแม้แต่ความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า เพราะความต้องการและความรู้สึกของเราถูกละเลยซ้ำแล้วซ้ำเล่า นอกจากนี้ การที่เรารับภาระหรือความคาดหวังของผู้อื่นไว้มากเกินไป อาจทำให้เรารู้สึกกดดันหรือไม่มีความสุขในความสัมพันธ์ บางครั้ง คนรอบข้างอาจเผลอใช้ความใจดีของเราโดยไม่รู้ตัว หรือคาดหวังว่าเราจะต้องช่วยเหลือเสมอ
ดังนั้น การเรียนรู้ที่จะปฏิเสธอย่างเหมาะสม และกล้าที่จะตั้งขอบเขตให้ตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้โดยไม่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้กับตัวเอง ลองถามตัวเองว่า ‘ฉันอยากทำสิ่งนี้จริง ๆ หรือทำเพราะกลัวว่าคนอื่นจะไม่พอใจ?’ การรักและเคารพตัวเองเป็นก้าวแรกที่จะทำให้คุณสามารถดูแลความสัมพันธ์ได้อย่างสมดุลและมีความสุขมากขึ้น
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจใจดีเกินไป
หากคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ อาจเป็นไปได้ว่าคุณกำลังใจดีมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ของคุณโดยไม่รู้ตัว
- รู้สึกผิดหรือกังวลทุกครั้งที่ต้องปฏิเสธคำขอของผู้อื่น
คุณอาจรู้สึกไม่สบายใจหรือคิดมากทุกครั้งที่ต้องบอกว่า “ไม่” แม้ว่าการตอบตกลงจะทำให้คุณต้องลำบากก็ตาม ความรู้สึกผิดนี้อาจมาจากความกลัวว่าจะทำให้คนอื่นเสียใจ หรือกลัวว่าคนรอบข้างจะมองคุณในแง่ลบ
- ให้ความสำคัญกับความต้องการของคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ
คุณมักจะยอมทำตามความต้องการของคนอื่น แม้ว่ามันจะขัดแย้งกับความรู้สึกของตัวเอง คุณอาจเลือกช่วยเหลือผู้อื่นก่อน แม้ว่าคุณจะเหนื่อยหรือมีสิ่งสำคัญที่ต้องทำ ความใจดีนี้อาจทำให้คุณละเลยความต้องการของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว
- กลัวว่าจะทำให้คนอื่นไม่พอใจหรือผิดหวัง
คุณอาจมีความกังวลอยู่เสมอว่าการแสดงความคิดเห็นของตัวเองหรือการปฏิเสธบางเรื่องจะทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดี คุณอาจพยายามทำให้ทุกคนพอใจแม้ต้องฝืนใจตัวเอง หรือยอมเงียบเพราะกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้ง
- รู้สึกว่าถูกใช้ประโยชน์จากความใจดีของตัวเอง
บางครั้งคุณอาจสังเกตว่าคนรอบข้างมักจะมาขอความช่วยเหลือจากคุณเสมอ แต่เมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือกลับ รู้สึกว่ามีคนคอยสนับสนุนน้อยมาก หรือบางครั้งอาจมีคนใช้ความใจดีของคุณเป็นข้อได้เปรียบโดยไม่ให้คุณค่ากับความพยายามของคุณ
- เหนื่อยล้าและเครียดจากการพยายามทำให้ทุกคนพอใจ
ความพยายามที่จะดูแลความรู้สึกของทุกคนอาจทำให้คุณรู้สึกหมดพลังและเครียดโดยไม่รู้ตัว การต้องแบกรับความคาดหวังของคนอื่นอาจทำให้คุณไม่มีเวลาพักผ่อนหรือดูแลตัวเองเพียงพอ และอาจนำไปสู่ความรู้สึกหมดไฟในที่สุด
ข้อดีและข้อเสียของการเป็นคนใจดี
ข้อดี:
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและได้รับความรักจากคนรอบข้าง
ความใจดีเป็นคุณสมบัติที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงาน เมื่อคุณแสดงความห่วงใยและช่วยเหลือผู้อื่นอย่างจริงใจ มักจะได้รับความรักและการตอบแทนในทางที่ดีจากคนรอบข้าง ทำให้คุณมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่มั่นคงและอบอุ่น
ทำให้ผู้อื่นรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ใกล้
คนใจดีมักจะเป็นที่พึ่งทางอารมณ์ให้กับคนรอบข้างได้ดี พวกเขามักรับฟังปัญหา ให้คำแนะนำ และช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทน สิ่งนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกไว้วางใจและสบายใจเมื่ออยู่ใกล้คุณ ซึ่งอาจนำไปสู่การมีมิตรภาพที่ลึกซึ้งและยั่งยืน
มีภาพลักษณ์ที่ดีในสังคม
ความใจดีเป็นสิ่งที่หลายคนชื่นชม เมื่อคุณเป็นคนที่ช่วยเหลือ สนับสนุน และให้ความสำคัญกับผู้อื่น ภาพลักษณ์ของคุณในสายตาคนรอบข้างมักจะเป็นไปในเชิงบวก คนอาจมองว่าคุณเป็นคนที่อบอุ่น น่าเชื่อถือ และมีความเมตตา ซึ่งสามารถส่งผลดีทั้งในชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน
ข้อเสีย:
เสี่ยงต่อการถูกเอาเปรียบและถูกมองข้าม
การที่คุณพยายามช่วยเหลือหรือยอมตามผู้อื่นอยู่เสมอ อาจทำให้บางคนมองว่าคุณเป็นคนที่ “ยอมง่าย” หรือ “ปฏิเสธไม่เป็น” ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกเอาเปรียบโดยไม่รู้ตัว บางครั้งคนอาจคาดหวังว่าคุณจะช่วยเสมอโดยไม่คิดถึงความลำบากของคุณ หรืออาจละเลยคุณเมื่อไม่ต้องการความช่วยเหลือ
อาจทำให้เกิดความเครียดและความเหนื่อยล้าทางอารมณ์
การที่ต้องพยายามช่วยเหลือทุกคนหรือพยายามทำให้ทุกคนพอใจ อาจทำให้คุณต้องแบกรับความกดดันโดยไม่จำเป็น ความคาดหวังจากคนรอบข้างอาจกลายเป็นภาระที่ทำให้คุณเครียด เหนื่อยล้า และไม่มีเวลาเพียงพอในการดูแลตัวเอง
อาจรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง เพราะพยายามทำให้คนอื่นพอใจมากเกินไป
หากคุณให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนอื่นมากเกินไปจนละเลยความต้องการของตัวเอง อาจทำให้คุณรู้สึกเหมือนสูญเสียตัวตนไป คุณอาจต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำเพียงเพื่อรักษาความสัมพันธ์ หรือพยายามเป็นคนที่ทุกคนคาดหวัง จนสุดท้ายอาจทำให้คุณรู้สึกอึดอัดและไม่มีความสุขในแบบที่ตัวเองต้องการ

วิธีสร้างสมดุลระหว่างความใจดีกับการดูแลตัวเอง
หากคุณต้องการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีโดยไม่กระทบต่อสุขภาพจิตของตัวเอง การรู้จักให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและตั้งขอบเขตที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ ลองทำตามแนวทางเหล่านี้เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความใจดีและการดูแลตัวเอง
1. ฝึกการปฏิเสธอย่างสุภาพ
คุณไม่จำเป็นต้องตอบตกลงกับทุกคำขอจากคนรอบข้าง เพราะการยอมรับทุกสิ่งอาจทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยล้าและเสียพลังงานไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น ลองฝึกการปฏิเสธอย่างสุภาพด้วยคำพูดที่ไม่ทำให้คุณรู้สึกผิด เช่น
“ขอโทษนะ ฉันไม่สะดวกตอนนี้” – เป็นการปฏิเสธที่ตรงไปตรงมาและสุภาพ โดยไม่จำเป็นต้องให้เหตุผลเพิ่มเติม
“ขอคิดดูก่อนแล้วจะบอกอีกทีนะ” – เป็นทางเลือกที่ช่วยให้คุณมีเวลาตัดสินใจก่อนที่จะตอบตกลงหรือปฏิเสธ
“ตอนนี้ฉันมีเรื่องต้องจัดการเยอะ ไว้โอกาสหน้าจะช่วยนะ” – วิธีนี้ช่วยให้คุณรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาส่วนตัวมากเกินไป
การฝึกปฏิเสธอาจรู้สึกไม่ง่ายในตอนแรก แต่หากคุณเริ่มทำบ่อย ๆ คุณจะรู้สึกสบายใจกับการรักษาขอบเขตของตัวเองมากขึ้น
2. กำหนดขอบเขตที่ชัดเจน
การมีขอบเขตที่ชัดเจนช่วยให้คุณสามารถแสดงความใจดีได้โดยไม่กระทบต่อความเป็นอยู่ของตัวเอง ขอบเขตที่ดีจะช่วยให้คุณช่วยเหลือผู้อื่นในแบบที่ไม่ทำให้ตัวเองรู้สึกเหนื่อยเกินไป วิธีที่ช่วยกำหนดขอบเขตได้ เช่น
กำหนดเวลาที่ให้กับผู้อื่น – คุณสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ แต่ต้องแน่ใจว่าสิ่งนั้นจะไม่กระทบกับเวลาส่วนตัว เช่น หากมีเพื่อนมาขอความช่วยเหลือ คุณอาจบอกว่า “ฉันมีเวลาให้ 30 นาที” แทนที่จะให้เวลาทั้งวัน
แยกแยะระหว่างความรับผิดชอบของตัวเองและของผู้อื่น – คุณสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ในขอบเขตที่สมเหตุสมผล แต่ไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกอย่างไว้เอง
ไม่ต้องรู้สึกผิดเมื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง – หากบางครั้งคุณต้องพูดว่า “ไม่” หรือปฏิเสธการช่วยเหลือที่เกินความสามารถของคุณ จงจำไว้ว่าการดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว
3. เลิกกังวลว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร
หลายครั้งที่เราพยายามทำให้ทุกคนพอใจ เพราะกลัวว่าคนอื่นจะมองเราในแง่ลบ แต่การคิดเช่นนี้อาจทำให้เรารู้สึกเหนื่อยและกดดันตัวเองโดยไม่จำเป็น ลองเปลี่ยนมุมมองโดย
ให้ความสำคัญกับความต้องการของตัวเองก่อน – การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากคุณหมดพลังไปกับการเอาใจทุกคน คุณอาจไม่มีเรี่ยวแรงเหลือสำหรับตัวเอง
เข้าใจว่าคุณค่าของคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทำให้ทุกคนพอใจ – คนที่รักและเคารพคุณจริง ๆ จะไม่ตัดสินคุณเพียงเพราะคุณไม่ได้ทำตามที่พวกเขาต้องการเสมอไป
สร้างความมั่นใจในตัวเอง – การมีขอบเขตไม่ได้ทำให้คุณเป็นคนใจร้าย ตรงกันข้าม มันทำให้คุณเป็นคนที่รู้จักคุณค่าของตัวเองและสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพมากขึ้น
ความใจดีเป็นคุณสมบัติที่น่ายกย่อง เพราะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและทำให้ผู้อื่นรู้สึกสบายใจเมื่อต้องอยู่ร่วมกัน แต่หากคุณใจดีมากเกินไปจนละเลยความต้องการของตัวเอง อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้โดยไม่รู้ตัว การที่คุณไม่กล้าปฏิเสธหรือรู้สึกผิดทุกครั้งที่ต้องปฏิเสธคำขอของผู้อื่น อาจทำให้คุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกเอาเปรียบ และรู้สึกเหนื่อยล้าทางอารมณ์
ดังนั้น การเรียนรู้ที่จะปฏิเสธอย่างเหมาะสม การกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน และการดูแลตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถแสดงความใจดีได้อย่างสมดุล คุณไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกปัญหาของผู้อื่นไว้คนเดียว หรือพยายามทำให้ทุกคนพอใจเสมอไป เพราะการใส่ใจตัวเองก็เป็นสิ่งที่มีค่าไม่แพ้กัน
หากคุณเคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ใจดีเกินไป และอยากหาวิธีจัดการกับความรู้สึกเหล่านี้ Counselling Thailand มีบริการให้คำปรึกษาจากนักจิตบำบัดมืออาชีพ ที่สามารถช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองมากขึ้น เรียนรู้การตั้งขอบเขต และเสริมสร้างความมั่นใจในการดูแลตัวเองโดยไม่รู้สึกผิด