ในโลกที่ทุกอย่างเคลื่อนที่เร็วขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลายคนกลับเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบจึงไม่ได้ทำให้เรารู้สึกมีความสุขมากขึ้นเท่าที่ควร ตารางงานที่แน่น การแจ้งเตือนจากเทคโนโลยีตลอดเวลา และแรงกดดันจากความคาดหวังของสังคม ทำให้ผู้คนจำนวนมากใช้ชีวิตเหมือนกำลัง “วิ่งผ่าน” วันเวลา มากกว่าจะได้ “อยู่กับมัน” อย่างแท้จริง ความรู้สึกเหนื่อยล้า ว่างเปล่า หรือเหมือนชีวิตผ่านไปเร็วเกินไป จึงกลายเป็นประสบการณ์ร่วมของคนยุคใหม่จำนวนไม่น้อย
แนวคิด The Art of Lingering จึงเกิดขึ้นมาเหมือนการดึงเบรกให้ชีวิตช้าลง ไม่ใช่เพื่อหยุดความก้าวหน้า แต่เพื่อเปิดพื้นที่ให้เราได้ซึมซับช่วงเวลาปัจจุบันอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนั่งจิบกาแฟเงียบ ๆ การใช้เวลาหลังตื่นนอนอย่างผ่อนคลาย หรือการเดินเล่นโดยไม่มีจุดหมาย แนวคิดนี้สะท้อนความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ที่อยากรู้สึกว่า “ฉันกำลังมีชีวิตอยู่จริง ๆ” ไม่ใช่แค่กำลังผ่านวันไปอีกวัน
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
The Art of Lingering คืออะไร ?
คือแนวคิดของการ “อยู่กับช่วงเวลาปัจจุบันให้นานขึ้น” โดยไม่ต้องรีบเร่งไปสู่สิ่งถัดไปเสมอคำว่า Lingering หมายถึงการปล่อยให้ตัวเองได้ซึมซับประสบการณ์ ความรู้สึก หรือบรรยากาศอย่างเต็มที่ เช่น นั่งจิบกาแฟโดยไม่ดูโทรศัพท์, ใช้เวลาหลังตื่นนอนอย่างผ่อนคลาย, เดินเล่นโดยไม่ต้องมีเป้าหมาย, อยู่กับความสงบของช่วงเวลาเล็ก ๆ ในชีวิต แนวคิดนี้สอดคล้องกับกระแส Slow Living และ Mindfulness ที่เน้นคุณภาพของชีวิตมากกว่าความเร็ว

ทำไมคนยุคใหม่ถึงโหยหาการใช้ชีวิตแบบไม่รีบร้อน ?
โลกปัจจุบันเต็มไปด้วยแรงกดดัน เช่นตารางชีวิตที่แน่น,การแข่งขันด้านงานและการเงิน, การแจ้งเตือนจากเทคโนโลยีตลอดเวลา และความคาดหวังจากสังคม
ผลลัพธ์คือหลายคนรู้สึกว่า “ชีวิตผ่านไปเร็วเกินไป” แต่กลับไม่มีความสุข The Art of Lingering จึงเป็นเหมือนการดึงเบรกชีวิต เพื่อให้เราได้กลับมารับรู้ว่า เรากำลังมีชีวิตอยู่จริง ๆ
ประโยชน์ทางจิตใจของการ Lingering
1. ลดความเครียดของระบบประสาท: การไม่เร่งรีบช่วยให้ร่างกายออกจากโหมดความตื่นตัวสูง (stress mode)
2. เพิ่มความสุขจากเรื่องเล็ก ๆ : สมองจะรับรู้ความพึงพอใจได้มากขึ้นเมื่อเราให้เวลากับประสบการณ์
3. ฟื้นฟูพลังใจและพลังงาน: การชะลอจังหวะชีวิตช่วยป้องกันภาวะหมดไฟ (burnout)
4. เพิ่มการตระหนักรู้ในตัวเอง: เมื่อไม่รีบ เราจะได้ยินเสียงความคิดและความรู้สึกของตัวเองชัดขึ้น
วิธีฝึก อยู่กับช่วงเวลาปัจจุบันให้นานขึ้นในชีวิตประจำวัน
- ใช้เวลา 5–10 นาทีหลังตื่นนอนโดยไม่จับมือถือ
- กินอาหารช้าลง รับรู้รสชาติจริง ๆ
- เดินโดยไม่ฟังอะไรบ้างในบางครั้ง
- นั่งเฉย ๆ และหายใจลึก ๆ
- อนุญาตให้ตัวเอง “ไม่ทำอะไร” บ้าง
หัวใจสำคัญคือ ไม่ต้องรีบไปไหนตลอดเวลา

บางคนรู้ว่าควรพัก แต่กลับหยุดไม่ได้ เพราะมีความกังวล ความเครียด หรือแรงกดดันภายในสูง การพูดคุยกับนักจิตบำบัด (Counsellor / Psychotherapist) สามารถช่วยให้คุณ เข้าใจต้นเหตุของความเร่งรีบภายใน, ลดความวิตกกังวล สร้างสมดุลชีวิตใหม่ และเรียนรู้การอยู่กับปัจจุบันอย่างปลอดภัยทางอารมณ์
หากคุณต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตในประเทศไทย สามารถติดต่อผ่าน Counseling Thailand ที่นี่มีนักจิตบำบัดและผู้ให้คำปรึกษาหลากหลายสาขา เช่นความเครียดและความวิตกกังวล, ภาวะหมดไฟในการทำงาน, ความสัมพันธ์และครอบครัว, การค้นหาตัวตนและเป้าหมายชีวิต และสุขภาพจิตวัยรุ่นและผู้ใหญ่
มีทั้งรูปแบบ ออนไลน์ และ พบตัวต่อตัว ทำให้เข้าถึงได้ง่าย อยู่กับช่วงเวลาปัจจุบันให้นานขึ้นไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่คือทักษะชีวิตสังคมมักสอนให้เรา “เร็วขึ้น” เสมอ แต่ความสุขจำนวนมากเกิดขึ้นตอนที่เรา ช้าลง







