ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้คนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพใจและการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพมากขึ้น ท่ามกลางชีวิตที่เร่งรีบและความกดดันรอบด้าน แนวคิดเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เราหยุดพักโดยไม่รู้สึกผิดจึงได้รับความสนใจมากขึ้น หนึ่งในคำที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างน่ารักและลึกซึ้งคือ “Hurkle-Durkle” คำศัพท์โบราณจากสกอตแลนด์ที่กำลังกลับมาเป็นที่พูดถึงในยุคของ self-care และ mental wellness เพราะมันชวนให้เราตระหนักว่าการพักผ่อนไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่คือการเติมพลังให้ชีวิตอย่างตั้งใจและอ่อนโยนกับตัวเองมากขึ้น
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
Hurkle-Durkle คืออะไร?
เป็นคำศัพท์เก่าในภาษา Scots ที่หมายถึง การนอนขลุกอยู่บนเตียงอย่างสบายใจหลังจากตื่นแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่คุณยังไม่อยากลุกไปทำอะไรต่อทันที มันไม่ใช่ความขี้เกียจแบบไร้ประโยชน์ แต่คือ ช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลาย ความปลอดภัย และความอบอุ่น ที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้พักก่อนเริ่มวันใหม่ ในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ความกดดัน และการทำงานตลอดเวลา ผู้คนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ self-care และ mental wellness มากขึ้น นอนต่อบนเตียงจึงตอบโจทย์เพราะมันสะท้อนแนวคิดสำคัญ เช่น การพักผ่อนโดยไม่รู้สึกผิด (Rest without guilt),การใช้ชีวิตแบบช้าลง (Slow living), การดูแลสุขภาพใจอย่างอ่อนโยน และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเอง

ประโยชน์ของการมีช่วงเวลานอนต่อบนเตียง
1. ลดความเครียดและความวิตกกังวล: การอยู่ในพื้นที่ที่อบอุ่นและปลอดภัยช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย ลดฮอร์โมนความเครียดได้
2. เพิ่มพลังใจสำหรับวันใหม่: การไม่ต้องรีบลุกทันทีช่วยให้สมองค่อย ๆ ปรับตัวจากโหมดพักผ่อนสู่โหมดทำงาน
3. สร้างความรู้สึกปลอดภัยทางอารมณ์: ผ้าห่มและเตียงเป็นสัญลักษณ์ของความสบายใจ ทำให้เกิดความมั่นคงทางจิตใจ
4. กระตุ้นความสุขเล็ก ๆ ในชีวิต: ช่วงเวลาเล็ก ๆ แบบนี้ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในชีวิตโดยรวม
นอนต่อบนเตียง ต่างจากการนอนขี้เกียจยังไง?
นอนต่อบนเตียง แตกต่างจากการนอนขี้เกียจตรงที่ “เจตนา” และ “ความรู้สึกภายใน” เป็นสำคัญ นอนต่อบนเตียง คือการตั้งใจให้ตัวเองได้พักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นช่วงเวลาที่เรายังอยู่บนเตียงอย่างสบายใจ ผ่อนคลาย และรับรู้ว่าการหยุดพักนี้กำลังช่วยเติมพลังให้ร่างกายและจิตใจ โดยมักมีขอบเขตเวลาที่ชัดเจน ไม่ได้ปล่อยให้ยืดเยื้อจนกระทบหน้าที่หรือชีวิตประจำวัน ในทางตรงกันข้าม การนอนขี้เกียจมักเกี่ยวข้องกับการหลีกเลี่ยงสิ่งที่ต้องทำ ทำให้เกิดความรู้สึกผิด ความกังวล หรือความเครียดตามมา และท้ายที่สุดอาจทำให้รู้สึกว่าเสียเวลาไปโดยไม่ได้รับพลังกลับคืนมา ดังนั้น Hurkle-Durkle จึงไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่เป็นการพักผ่อนอย่างมีสติและมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูตัวเองอย่างแท้จริง
วิธีสร้างช่วงเวลานอนต่อบนเตียงให้มีคุณภาพ
เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายมากขึ้น เช่น เปิดเพลงเบา ๆ หรือเสียงธรรมชาติ กอดหมอนหรือผ้าห่มนุ่ม ๆ ดื่มเครื่องดื่มอุ่นอย่างชา หรือโกโก้ อ่านหนังสือสบาย ๆ รวมถึงฝึกหายใจลึก ๆ หรือขอบคุณสิ่งดี ๆ ในชีวิตเพื่อสร้างความรู้สึกเชิงบวก เคล็ดลับสำคัญคือควรกำหนดเวลาเล็กน้อย เช่น 10–20 นาที เพื่อให้การพักผ่อนไม่กระทบตารางชีวิต และยังช่วยให้สมองรับรู้ว่านี่คือช่วงเวลาฟื้นฟูพลังอย่างตั้งใจ

นอนต่อบนเตียงยังสะท้อนแนวคิดการดูแลตัวเองในยุคใหม่ที่มองว่าการพักผ่อนไม่ใช่รางวัลหลังจากความสำเร็จ แต่เป็นความจำเป็นพื้นฐานของมนุษย์ การให้เวลาตัวเองในลักษณะนี้ไม่ได้ทำให้เราขี้เกียจ ตรงกันข้ามกลับช่วยเพิ่มพลัง ความชัดเจนทางความคิด และความพร้อมในการใช้ชีวิตในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม แม้ช่วงเวลานอนต่อบนเตียงจะช่วยให้ผ่อนคลายได้ แต่หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้าทางใจเรื้อรัง ไม่อยากลุกจากเตียงบ่อย ๆ มีความเครียดหรือความวิตกกังวลสูง หรือพักแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณควรได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เช่น นักจิตบำบัดหรือผู้ให้คำปรึกษา ซึ่งสามารถช่วยให้คุณเข้าใจอารมณ์ ความคิด และพัฒนาวิธีจัดการชีวิตได้ดีขึ้นการทำ Counselling หรือจิตบำบัดสามารถช่วยได้ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการความเครียดและความวิตกกังวล การเข้าใจอารมณ์ของตัวเองมากขึ้น การฟื้นฟูความมั่นใจและคุณค่าในตัวเอง การรับมือกับปัญหาชีวิต ความสัมพันธ์ หรือการทำงาน รวมถึงการป้องกันภาวะหมดไฟและภาวะซึมเศร้า กล่าวได้ว่า บางครั้ง นอนต่อบนเตียง คือการพักผ่อนเพื่อเติมพลังในระยะสั้น แต่ Counselling คือการ “ซ่อมแซมภายใน” เพื่อสร้างความแข็งแรงทางใจในระยะยาวอย่างแท้จริง







