โทรศัพท์:0910713531  Whatsapp:+66910713531  อีเมล:info@counsellingthailand.co.th    วันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 8.00 – 20.00 น.

เริ่มต้นดูแลสุขภาพใจ

เราเข้าใจว่าการเริ่มต้นเข้ารับคำปรึกษาอาจทำให้คุณกังวล
ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือสงสัยว่าการปรึกษาจะช่วยคุณได้จริงหรือไม่ เราพร้อมมอบประสบการณ์การปรึกษาที่ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจในทุกขั้นตอน

อารมณ์ชินชา : กับ 4 เหตุผลเมื่อชีวิตทำงานไปวัน ๆ แต่หัวใจไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป

โดย Counselling Thailand | ธ.ค. 14, 2025

คุณเคยรู้สึกไหมว่า…ทำงานเสร็จแต่ไม่รู้สึกภูมิใจ เจอเรื่องแย่แต่ก็ไม่รู้สึกเสียใจ หรือแม้แต่เรื่องดี ๆ ก็ไม่ทำให้หัวใจขยับ ? อาการแบบนี้เรียกว่า “อารมณ์ชินชา (Emotional Numbness)” ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้มากในคนวัยทำงานที่เผชิญความเครียดสะสม จนร่างกายเริ่ม “ตัดระบบความรู้สึก” เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้เจ็บปวดมากเกินไป

ในบทความนี้เราจะพาไปรู้จัก Emotional Numbness สัญญาณเตือน และวิธีดึงอารมณ์กลับมาอย่างอ่อนโยน รวมถึงเวลาไหนควรขอความช่วยเหลือจากนักจิตบำบัด

อารมณ์ชินชา : กับ 4 เหตุผลเมื่อชีวิตทำงานไปวัน ๆ แต่หัวใจไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป

Emotional Numbness คืออะไร?

Emotional Numbness คือภาวะที่เรา “รับรู้อารมณ์ได้ลดลง” ทั้งดีและร้าย ไม่ใช่เพราะไม่แคร์ แต่เพราะร่างกายกำลังอยู่ในโหมดป้องกันตัวเองจากความเครียดหรือความกดดันที่สะสมมานานหลายคนอาจไม่รู้ตัว เพราะยังทำงานได้ ไปเรียนได้ พูดคุยได้ตามปกติ แต่ “หัวใจเหมือนปิดเสียงอยู่ตลอดเวลา”

ทำไมคนวัยทำงานถึงเจอ Emotional Numbness บ่อย?

  1. ความเครียดสะสมจากงาน ที่ไม่เคยได้หยุดพักจริง ๆ 
  1. การคาดหวังสูง จากตัวเองหรือคนรอบตัว
  1. ทำงานตามหน้าที่มากกว่าตามความหมาย
  1. ภาวะหมดไฟ (Burnout) ที่ไม่ได้รับการฟื้นฟู
  1. ความผิดหวังเรื้อรัง ที่ไม่เคยถูกยอมรับหรือเยียวยา

ผลลัพธ์คือสมองตัดระบบอารมณ์ชั่วคราว เพื่อให้คุณ “อยู่รอด” ในความเครียดที่หนักเกินรับไหว

สัญญาณว่าเราอาจกำลังมีภาวะ Emotional Numbness

  1. รู้สึกเฉยกับทุกอย่าง แม้สิ่งที่เคยทำให้ตื่นเต้น
  1. ไม่มีแรงใจทำงานหรือเริ่มสิ่งใหม่
  1. ไม่อยากเข้าสังคมหรือเจอผู้คน
  1. ร่างกายล้า แต่ใจไม่รู้สึกอะไร
  1. นอนไม่หลับหรือหลับแต่ไม่สดชื่น
  1. รู้สึกเหมือนชีวิตอยู่ในโหมดอัตโนมัติ

หากคุณสังเกตเห็นหลายข้อพร้อมกัน นั่นคือสัญญาณว่าร่างกายกำลังขอความช่วยเหลืออย่างจริงจัง

วิธีดึงอารมณ์กลับมาอย่างอ่อนโยน

1.เริ่มจากรับรู้ว่าคุณไม่ได้มีอะไรผิดปกติ

อารมณ์ชินชาเป็น “กลไกป้องกันตัวเอง” ไม่ใช่ความล้มเหลว เริ่มต้นด้วยการยอมรับสภาวะนี้ก่อน โดยไม่ต้องฝืนรู้สึกดีทันที

2.ให้ร่างกายทำงานแทนอารมณ์

กิจกรรมเล็ก ๆ ที่ใช้ร่างกายช่วยให้สมองกลับมาเชื่อมกับอารมณ์ เช่น เดินช้า ๆ, อาบน้ำอุ่น, สูดลมหายใจลึก ๆ, ยืดเหยียด 3 นาที

3. สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเอง

ปิดแจ้งเตือนบางช่วงลดการเสพข่าว พักจากความสัมพันธ์ที่ทำให้ไม่สบายใจ

4. ค่อย ๆ กลับมารับรู้ความรู้สึก

ลองจดว่า “ตอนนี้ฉันรู้สึกอะไรในร่างกาย” เจ็บตึงตรงไหน อุ่นตรงไหน หายใจลึกได้ไหม การสังเกตร่างกายช่วยเปิดประตูกลับสู่ความรู้สึกได้ดี

5. พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ

ถ้าอาการลากยาวหลายสัปดาห์ หรือเริ่มกระทบงานและชีวิตประจำวัน การคุยกับนักจิตบำบัดจะช่วยให้คุณเข้าใจรากของปัญหาและฟื้นฟูได้เร็วขึ้น

อารมณ์ชินชา : กับ 4 เหตุผลเมื่อชีวิตทำงานไปวัน ๆ แต่หัวใจไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป

ควรปรึกษานักจิตบำบัดเมื่อไหร่

1. เริ่มไม่สนใจสิ่งที่เคยชอบ

      2. รู้สึกว่างเปล่าตลอดเวลา

      3. ไม่มีแรงจัดการชีวิตพื้นฐาน

      4. มีอาการร่วมอื่น เช่น วิตกกังวล หรือนอนไม่หลับเรื้อรัง

      หากคุณต้องการผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจคนวัยทำงาน โดยเฉพาะความเครียดเรื้อรังและภาวะอารมณ์ชินชา สามารถพูดคุยกับนักจิตบำบัดจาก Counseling Thailand ได้ การรู้ตัวและให้เวลากับตัวเองคือจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟู และถ้าคุณไม่อยากฟื้นฟูคนเดียว นักบำบัดก็พร้อมช่วยให้คุณ “กลับมารู้สึกอีกครั้ง” อย่างปลอดภัย

      เริ่มต้นดูแลสุขภาพใจ

      ปรึกษาฟรี 15 นาที

      เราเข้าใจว่าการเริ่มต้นเข้ารับคำปรึกษาอาจทำให้คุณกังวล
      ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือสงสัยว่าการปรึกษาจะช่วยคุณได้จริงหรือไม่ เราพร้อมมอบประสบการณ์การปรึกษาที่ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจในทุกขั้นตอน