คนทำงานจำนวนไม่น้อยต้องเร่งเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ หรือ “อัปสกิล” อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์หรือถูกมองว่าไม่ทันโลก แต่เมื่อความคาดหวังเหล่านี้สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีช่วงพัก การพัฒนาตัวเองที่เคยเป็นแรงบันดาลใจก็อาจกลายเป็นภาระทางใจโดยไม่รู้ตัว หลายคนเริ่มรู้สึกผิดทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้เวลาเรียนรู้ หรือต้องเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอย่างเงียบๆ จนเกิดความเหนื่อยล้าทางจิตใจและอารมณ์แบบสะสม ซึ่งหากไม่รู้ทัน อาการเครียดจากการ Upskill ก็อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตในระยะยาวได้
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

ปรากฏการณ์ Upskill Burnout: ความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมการทำงาน
สาเหตุของความเครียดจากการ Upskill
แรงกดดันจากรอบตัว
- เปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนร่วมงาน
- รู้สึกไม่ทันโลกเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอด
- องค์กรและสังคมคาดหวังให้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ภาระงานที่ทับถม
- ต้องทำงานประจำไปพร้อมกับเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
- เวลาส่วนตัวกลายเป็นเวลาของการเรียน
- รู้สึกหมดแรงเพราะไม่มีช่วงพักที่แท้จริง
ความไม่แน่นอนในอนาคต
- กังวลว่าทักษะที่มีจะล้าสมัย
- ไม่มั่นใจว่าควรเรียนรู้อะไรก่อนหลัง
- กลัวการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีหรือ AI
อาการของความเครียดจากการ Upskill ที่ควรสังเกต
- ทางร่างกาย: นอนไม่หลับ ปวดหัว เมื่อล้าจากการจ้องหน้าจอ ความอยากอาหารเปลี่ยนไป
- ทางจิตใจ: ท้อแท้เมื่อเรียนไม่รู้เรื่อง วิตกกังวลเรื่องอนาคต ไม่มีเวลาให้ตัวเอง
- ทางพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคม ทุ่มเวลาให้การเรียนมากเกินไป หงุดหงิดง่าย
วิธีจัดการกับความเครียดจากการ Upskill
วางเป้าหมายให้ชัดและไม่เกินจริง
- ตั้งเป้าหมายที่สอดคล้องกับชีวิตจริง
- แบ่งการเรียนรู้เป็นระยะ ไม่จำเป็นต้องเร่ง
- เรียนเฉพาะสิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายอาชีพ
- หาคำแนะนำจากเมนเทอร์หรือผู้เชี่ยวชาญ
รักษาสมดุลให้ดี
- แยกเวลาพักและเวลาทำงานให้ชัดเจน
- ให้เวลากับกิจกรรมที่ตัวเองชอบ
- อย่าลืมใช้เวลากับคนใกล้ตัว
เปลี่ยนมุมมองต่อการเรียนรู้
- มองว่าการเรียนคือโอกาส ไม่ใช่ภาระ
- ฉลองความสำเร็จแม้เป็นเรื่องเล็กน้อย
- เรียนรู้สิ่งที่เราชอบจริงๆ
- หาแรงบันดาลใจจากคนหรือสิ่งที่เราเชื่อมโยงได้
เทคนิคเล็กๆ ที่ช่วยให้เรียนรู้อย่างยั่งยืน
- Micro-Learning: เรียนสั้นๆ วันละ 15-30 นาที เน้นคุณภาพ
- เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ: ทดลองทำจริง ฝึกจากโปรเจกต์เล็กๆ
- สร้างเครือข่ายเรียนรู้: เข้าร่วมกลุ่ม แชร์ความรู้ พูดคุยกับคนที่สนใจคล้ายกัน
สิ่งที่องค์กรควรสนับสนุน
- จัดสรรเวลาเรียนรู้ในช่วงเวลางาน
- ลดความกดดันเรื่องการ Upskill
- มีสวัสดิการด้านสุขภาพจิต
- สนับสนุนเครื่องมือ ทรัพยากร และงบประมาณสำหรับเรียนรู้
- มีระบบพี่เลี้ยงหรือผู้ให้คำปรึกษา

รู้ได้อย่างไรว่าตัวเองพร้อม Upskill?
สัญญาณที่บอกว่าคุณพร้อม คือ การมีเป้าหมายที่ชัดเจน มีพลังงานและเวลาสำหรับเรียนรู้เพิ่มเติม รวมถึงมีสุขภาพจิตที่อยู่ในเกณฑ์ดี อย่างไรก็ตาม หากคุณเริ่มรู้สึกเครียดมากขึ้น ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณควรหยุดพักชั่วคราว เพื่อฟื้นฟูพลังใจและดูแลตัวเองก่อน แล้วค่อยกลับมาเริ่มพัฒนาอีกครั้งอย่างมีสมดุล
หากคุณรู้สึกว่าความคาดหวังในการ Upskill อย่างต่อเนื่องกำลังกดดันจิตใจ หรือเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้ากับการต้อง “พัฒนาตัวเองตลอดเวลา” จนไม่เหลือพื้นที่ให้พักใจ อย่าละเลยความรู้สึกเหล่านั้น
Counselling Thailand มีนักจิตบำบัดมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาในเรื่องความเครียดจากการทำงาน ภาวะหมดไฟ และความกดดันจากการต้องพัฒนาอย่างไม่หยุดพัก ทั้งในรูปแบบ online สำหรับกรุงเทพฯ และ in-person ในเชียงใหม่ เพื่อช่วยให้คุณกลับมาเข้าใจตัวเอง มองเห็นทางเลือก และดูแลสุขภาพจิตอย่างยั่งยืน