ในยุคการทำงานที่ให้ความสำคัญกับ Empathy ในที่ทำงาน หัวหน้าที่เข้าใจความรู้สึกของลูกน้อง มักถูกมองว่าเป็นหัวหน้าที่ดี เป็นผู้นำที่มีมนุษยธรรม และสร้างทีมที่ปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety) ได้จริงแต่ในความเป็นจริง หัวหน้าที่ “ใจดีเกินไป” อาจกำลังเผชิญกับภาวะที่เรียกว่า Empathy Distress หรือ The Burden of Empathy โดยไม่รู้ตัว ภาวะที่ผู้นำแบกรับอารมณ์ ความเครียด และปัญหาของลูกน้องทุกคนไว้กับตัวเอง จนใจค่อย ๆ ล้า หมดพลัง และเริ่มส่งผลต่อสุขภาพจิตในระยะยาว
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
Empathy Distress คืออะไร?
คือภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อเรารับรู้และซึมซับความทุกข์ของผู้อื่นมากเกินไป โดยเฉพาะในบทบาทที่ต้องดูแลคนจำนวนมาก เช่น หัวหน้า ผู้จัดการ หรือผู้นำทีมต่างจาก Empathy ปกติที่ช่วยให้เราเข้าใจผู้อื่น แต่คือจุดที่ความเข้าใจนั้นกลายเป็นภาระทางอารมณ์ (Emotional Burden)
หัวหน้าที่มี Empathy Distress มักจะ:
- รู้สึกผิดเมื่อเห็นลูกน้องลำบาก
- พยายามแก้ปัญหาทุกอย่างแทนทีม
- รับฟังปัญหาส่วนตัวของลูกน้องจนเกินขอบเขตงาน
- กลับบ้านแล้วยังคิดวนกับปัญหาของทีม
ทำไม “หัวหน้าที่ใจดี” ถึงเสี่ยงมากกว่าคนอื่น?
บทบาทผู้นำและความเห็นอกเห็นใจสูง
หัวหน้าที่เป็นคนอ่อนไหว เข้าใจคนเก่ง มักรู้สึกว่าหน้าที่ของตนคือ “ต้องดูแลทุกคนให้รอด” จนลืมดูแลตัวเอง
วัฒนธรรมองค์กรที่พึ่งพาหัวหน้าทางอารมณ์
ในบางองค์กร ลูกน้องไม่ได้มองหัวหน้าแค่ในฐานะผู้จัดการงาน แต่เป็นที่พึ่งทางใจ ทำให้หัวหน้าต้องรับบทเป็นทั้งผู้บริหาร นักจิตวิทยา และที่ปรึกษาชีวิตไปพร้อมกัน
ความกลัวว่าจะเป็นหัวหน้าที่ไม่ดี
หลายคนกลัวว่าการตั้งขอบเขต (Boundaries) จะทำให้ดูใจร้าย ไม่เข้าใจคน จึงเลือก “แบกไว้เอง” แทน

สัญญาณเตือนว่า คุณอาจกำลังเผชิญ The Burden of Empathy
- เหนื่อยใจมากกว่างาน แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง
- รู้สึกหมดแรงหลังคุยกับลูกน้อง แม้ไม่ได้ทำงานหนัก
- รู้สึกว่าปัญหาของทีมคือความรับผิดชอบส่วนตัวของคุณ
- เริ่มหงุดหงิด เงียบ หรือถอยห่างจากทีมโดยไม่ตั้งใจ
- นอนหลับยาก คิดเรื่องทีมตลอดเวลา
ภาวะนี้หากปล่อยไว้นาน อาจนำไปสู่ Burnout, Compassion Fatigue และภาวะซึมเศร้าได้
Empathy ≠ แบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว
สิ่งสำคัญที่หัวหน้าหลายคนเข้าใจผิด คือการคิดว่า “ถ้าเราเข้าใจเขา เราต้องช่วยเขาทุกอย่าง” ในความเป็นจริง Empathy ที่ดีต่อสุขภาพ คือการเข้าใจโดยไม่ละทิ้งตัวเอง
หัวหน้าที่ยั่งยืน คือหัวหน้าที่:
- รับฟังโดยไม่ดูดซับอารมณ์ทั้งหมด
- ช่วยชี้ทาง ไม่ใช่เดินแทน
- สร้างระบบ ไม่ใช่แก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง
วิธีดูแลตัวเองเมื่อคุณเป็นหัวหน้าที่มี Empathy สูง
แยก “ความเข้าใจ” ออกจาก “ความรับผิดชอบ”
คุณสามารถเข้าใจความยากของลูกน้องได้ โดยไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตเขาทั้งหมด
ตั้งขอบเขตทางอารมณ์ (Emotional Boundaries)
การบอกว่า “ฉันรับฟังได้ แต่ฉันไม่สามารถแก้ทุกอย่างแทนคุณได้” ไม่ได้แปลว่าคุณเป็นหัวหน้าที่แย่
สังเกตสัญญาณล้าทางใจของตัวเอง
หากคุณเริ่มรู้สึกหมดแรง เบื่อการคุย หรือรู้สึกชา นั่นอาจเป็นสัญญาณของ Empathy Distress
ขอพื้นที่ปลอดภัยให้ตัวเอง
หัวหน้าก็ต้องมีพื้นที่ที่สามารถพูดได้ว่า “ฉันไม่ไหว” โดยไม่ถูกตัดสิน

นักจิตบำบัดช่วยหัวหน้าที่มีได้อย่างไร?
การพูดคุยกับนักจิตบำบัด ไม่ได้หมายความว่าคุณอ่อนแอ แต่คือการดูแลเครื่องมือสำคัญที่สุดของการเป็นผู้นำจิตใจของคุณเอง
นักจิตบำบัดสามารถช่วยคุณ:
- ทำความเข้าใจรูปแบบการแบกรับอารมณ์ของตัวเอง
- ฝึกการตั้งขอบเขตอย่างไม่รู้สึกผิด
- แยกบทบาทหัวหน้าออกจากบทบาทผู้เยียวยา
- ฟื้นพลังใจโดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวตนที่อ่อนโยนของคุณ
Counselling Thailand ให้บริการจิตบำบัดโดยนักจิตบำบัดมืออาชีพที่เข้าใจบริบทการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร และความกดดันของผู้นำในยุคปัจจุบัน
เหมาะสำหรับ:
- หัวหน้า ผู้จัดการ และผู้นำทีม
- คนทำงานที่มี Empathy สูงและรู้สึกเหนื่อยทางใจ
- ผู้ที่กำลังเผชิญ Burnout หรือ Compassion Fatigue
บริการมีทั้ง แบบออนไลน์และออนไซต์ ในกรุงเทพและเชียงใหม่ พร้อมนักบำบัดหลายภาษา เช่น ไทย อังกฤษ และภาษาอื่น ๆ







