ในที่ทำงาน บางคนไม่ได้ตะโกน ด่า หรือใช้อำนาจตรง ๆ แต่กลับทำให้คุณ เริ่มไม่มั่นใจในตัวเอง สงสัยความจำ และโทษตัวเองตลอดเวลา คนแบบนี้อาจเป็น Toxic Boss หรือ Toxic Colleague ที่หลายคนเรียกว่า “พลังลบเคลื่อนที่ อยู่ใกล้เมื่อไหร่ ใจจะเหนื่อยเมื่อนั้น” หนึ่งในพฤติกรรมที่พบบ่อยที่สุดคือ Gaslighting
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
Gaslighting ในที่ทำงาน คืออะไร?
Gaslighting คือการบิดเบือนความจริง ทำให้อีกฝ่ายเริ่มคิดว่า เช่น เราจำผิดหรือเปล่า, เราคิดมากไปเองไหม,หรือเรานี่แย่จริง ๆ
ตัวอย่าง Gaslighting ในที่ทำงาน เช่น
- “ฉันไม่เคยพูดแบบนั้น คุณจำผิดแล้ว”
- “คนอื่นไม่เห็นมีปัญหา มีแต่คุณ”
- “ถ้าคุณเก่งพอ เรื่องแค่นี้ไม่น่าพลาด”
- “ฉันพูดเพื่อหวังดีนะ คุณอ่อนไหวเกินไป”
ผลลัพธ์คือ ความมั่นใจถูกกัดกร่อนทีละนิด โดยที่ไม่มีแผลให้เห็น
ลักษณะของ Toxic Boss และ Toxic Colleague ที่ควรระวัง
ทำให้คุณรู้สึกผิด แม้ไม่ได้ทำอะไรผิด
เช่น โยนความผิด, เปลี่ยนข้อตกลงย้อนหลัง และทำให้คุณต้องขอโทษตลอดเวลา นี่คือรูปแบบหนึ่งของ Psychological Manipulation
ทำให้คุณรู้สึก “ไม่ดีพอ” ตลอด
เช่น ไม่เคยชม, ชมแล้วตามด้วยการด้อยค่า และ เปรียบเทียบกับคนอื่นบ่อย ๆ จนคุณเริ่มคิดว่า “หรือเราไม่มีค่าจริง ๆ”
ปล่อยพลังลบใส่คนรอบข้าง
เช่น บ่นทุกอย่าง,ดูถูกทีม และทำให้บรรยากาศตึงเครียด แม้ไม่พูดกับคุณตรง ๆ แต่คุณรู้สึก หมดพลังทุกครั้งที่อยู่ใกล้

ผลกระทบทางจิตใจจาก Toxic Workplace
การอยู่กับหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานที่ Toxic เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิด เช่น Burnout, Anxiety จากการทำงาน, Emotional Numbness (อารมณ์ชินชา), Self-doubt อย่างรุนแรง และความกลัวการแสดงความเห็น หลายคนคิดว่า “เราต้องอดทน” แต่ในความจริง นี่ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่คือสัญญาณว่าระบบงานกำลังทำร้ายใจคุณ
วิธีรับมือกับ Toxic Boss / Toxic Colleague อย่างไม่พังใจ
แยก “ความจริง” ออกจาก “การบิดเบือน”
จดบันทึก เช่น สิ่งที่พูด, ข้อตกลง, ไทม์ไลน์งาน เพื่อช่วยยืนยันกับตัวเองว่า “เราไม่ได้คิดไปเอง” นี่คือการป้องกัน Gaslighting ที่สำคัญมาก
อย่าพยายามอธิบายตัวเองกับคนที่ไม่ฟัง
Toxic Person มักไม่ต้องการความเข้าใจ และต้องการอำนาจเหนืออารมณ์คุณ การอธิบายซ้ำ ๆ อาจทำให้คุณ เหนื่อยใจมากขึ้น
ตั้งขอบเขตทางใจ (Psychological Boundaries)
ไม่รับคำพูดทุกคำมาเป็นตัวตน,จำกัดการปะทะทางอารมณ์ และสื่อสารแบบสั้น ชัด ไม่เปิดช่องให้บั่นทอนใจ
มองสถานการณ์ด้วยมุม “ระบบ” ไม่ใช่ “ตัวเรา”
ถามตัวเองว่า นี่คือปัญหาคน หรือปัญหาวัฒนธรรมองค์กร และคนอื่นก็โดนแบบเดียวกันไหม เพื่อไม่ให้คุณแบกรับความผิดที่ไม่ใช่ของคุณ
ขอความช่วยเหลือ ไม่ได้แปลว่าแพ้
การพูดคุยกับ นักจิตบำบัด, ที่ปรึกษาองค์กร และคนที่เข้าใจสุขภาพจิตการทำงาน ช่วยให้คุณเห็นภาพชัดขึ้น, ตัดสินใจได้อย่างไม่ใช้อารมณ์ และปกป้องใจตัวเองได้ดีขึ้น

เมื่อไหร่ควรถามตัวเองว่า “ควรอยู่ต่อไหม?”
ถ้าคุณเริ่ม กลัววันทำงาน, ไม่กล้าเป็นตัวเอง, เหนื่อยใจมากกว่างาน และรู้สึกว่าคุณค่าในตัวเองลดลงเรื่อย ๆ อาจไม่ใช่เพราะคุณไม่เก่ง แต่อาจเป็นเพราะ คุณอยู่ในที่ที่ไม่ปลอดภัยทางใจ (Low Psychological Safety)
Toxic Boss หรือ Toxic Colleague ไม่ควรเป็น “บททดสอบความอดทน” ของใคร การปกป้องสุขภาพจิต ไม่ใช่การหนีปัญหา แต่คือการเคารพตัวเอง เพราะที่ทำงานที่ดี ไม่ควรทำให้คุณต้อง รักษาใจตัวเองหลังเลิกงานทุกวัน
หากคุณกำลังเผชิญกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่บั่นทอนใจ การได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต สามารถช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนขึ้น ทั้งในมุมของ พฤติกรรม Gaslighting, Toxic Workplace และผลกระทบที่สิ่งเหล่านี้มีต่อความมั่นคงทางใจของคุณ
ทีม นักจิตบำบัดของ Counseling Thailand มีประสบการณ์ในการทำงานกับผู้ที่เผชิญหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานที่เป็นพิษทางใจ ช่วยคุณ แยกแยะว่าอะไรคือปัญหาของระบบงาน และอะไรไม่ใช่ความผิดของคุณ ฟื้นฟูความมั่นใจที่ถูกบั่นทอนโดยคำพูดหรือพฤติกรรมซ้ำ ๆ สร้างขอบเขตทางใจ (Psychological Boundaries) เพื่อปกป้องตัวเอง และตัดสินใจเกี่ยวกับเส้นทางการทำงาน โดยไม่ใช่ความกลัวเป็นตัวนำ เพราะบางครั้ง สิ่งที่คุณต้องการ ไม่ใช่ความอดทนที่มากขึ้น แต่คือ พื้นที่ปลอดภัยให้ใจได้พัก และได้กลับมาเชื่อมั่นในตัวเองอีกครั้ง







